กระโดดให้สุขภาพดีกับแทรมโปลีน
กระโดดให้สุขภาพดี! ทำไมการออกกำลังด้วยแทรมโพลีนถึงฮิตทั่วโลก การออกกำลังด้วยแทรมโพลีน (Trampoline Exercise)…

อาการก่อนมีรอบเดือน (PMS) และอาการปรับขุ่นข้องใจก่อนมีรอบเดือน (PMDD) เป็นปัญหาที่ผู้หญิงหลายล้านคนทั่วโลกต้องเผชิญในแต่ละเดือน อาการเหล่านี้ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อร่างกายเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อจิตใจและคุณภาพชีวิตโดยรวม ในปัจจุบันการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วว่าโยคะสามารถเป็นวิธีการบำบัดธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการเหล่านี้
PMS เป็นอาการที่เกิดขึ้นในช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน รวมถึง:
PMDD เป็นอาการที่รุนแรงกว่า PMS มาก โดยมีอาการ:
การศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ในปี 2024 ได้ทำการทบทวนอย่างเป็นระบบและการวิเคราะห์เมตา-วิเคราะห์ของการทดลองแบบสุ่มที่มีการควบคุม พบว่า “การออกกำลังกายโยคะช่วยลดการหลั่งสารอักเสบที่เป็นอันตราย ซึ่งให้ความสบายแก่ผู้ป่วยที่เป็นอาการก่อนมีรอบเดือน” การวิจัยนี้วิเคราะห์ข้อมูลจากฐานข้อมูลระดับโลก ได้แก่ Scopus, PubMed, Cochrane Library และ Google Scholar ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงเดือนสิงหาคม 2022
งานวิจัยที่ดำเนินการในไต้หวันแสดงให้เห็นว่าโยคะมีประสิทธิผลมากกว่าการกดจุดฝังเข็มในการลดความรุนแรงของอาการก่อนมีรอบเดือน โดยการศึกษาพบว่าโปรแกรมโยคะ 12 สัปดาห์สามารถปรับปรุงอาการก่อนมีรอบเดือนในผู้หญิงวัยทำงานได้อย่างมีนัยสำคัญ
โยคะช่วยลดระดับสารอักเสบในร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอาการปวดและบวมในช่วงก่อนมีประจำเดือน
การฝึกโยคะช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลและโปรสตาแกลนดิน ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปวดและการอักเสบ
ท่าโยคะต่างๆ ช่วยส่งเสริมการไหลเวียนของเลือด ทำให้อาการปวดและตึงเครียดลดลง
โยคะช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล ซึ่งเป็นอาการสำคัญของ PMDD

ท่านี้ช่วยคลายความตึงเครียดในสะโพก หลัง และท้อง โดยเฉพาะเมื่อมีอาการปวดท้องประจำเดือน
ช่วยลดอาการท้องอืด และส่งเสริมการย่อยอาหาร

ท่าผ่อนคลายที่ช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล

ช่วยปรับปรุงการไหลเวียนของเลือดและลดอาการบวม

ช่วยคลายความตึงเครียดในหลังส่วนล่างและเปิดสะโพก
การวิจัยแสดงให้เห็นว่าโยคะช่วยปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ ซึ่งมักเป็นปัญหาในช่วง PMS และ PMDD
ท่าโยคะหลายท่าช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้องและกล้ามเนื้อใจกลางลำตัว
การบิดและงอของร่างกายในโยคะช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหาร ลดอาการท้องอืดและท้องผูก
แม้จะเป็นการออกกำลังกายแบบเบา แต่โยคะช่วยเพิ่มระดับพลังงานและลดความเหนื่อยล้า
การวิจัยแสดงให้เห็นว่าการฝึกโยคะอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลา 12 สัปดาห์จะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
สำหรับผู้เริ่มต้น ควรเริ่มจากท่าง่ายๆ และค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาและความซับซ้อน
สามารถฝึกโยคะได้ตลอดรอบเดือน แต่ในช่วงมีประจำเดือนควรเลือกท่าเบาๆ และหลีกเลี่ยงท่าคว่ำ
สำหรับผู้ที่มี PMDD อย่างรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มโปรแกรมโยคะ
ท่าต่างๆ เช่น ท่าไหล่ตั้ง หรือท่าศีรษะตั้ง ไม่ควรฝึกในช่วงมีประจำเดือน
หากรู้สึกเจ็บปวดหรือไม่สบายระหว่างฝึก ให้หยุดและพักผ่อน
การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดน้ำตาล เหล้า และเนื้อแดง จะช่วยเสริมผลของโยคะ
โยคะได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นวิธีการธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการ PMS และ PMDD การฝึกโยคะอย่างสม่ำเสมอไม่เพียงช่วยลดอาการทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับปรุงสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตโดยรวม ด้วยการรวมกันของการเคลื่อนไหวที่อ่อนโยน การหายใจอย่างมีสติ และการทำสมาธิ โยคะจึงเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับผู้หญิงที่ต้องการจัดการกับความท้าทายประจำเดือนเหล่านี้อย่างเป็นธรรมชาติ
สำหรับผู้ที่สนใจเริ่มต้นฝึกโยคะ แนะนำให้เริ่มจากท่าง่ายๆ และค่อยๆ เพิ่มความยาวนานและความซับซ้อนตามความสามารถของร่างกาย การปรึกษาครูโยคะที่มีประสบการณ์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจะช่วยให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการฝึกโยคะอย่างปลอดภัย
A little line about what's being said and who's saying it.
กระโดดให้สุขภาพดี! ทำไมการออกกำลังด้วยแทรมโพลีนถึงฮิตทั่วโลก การออกกำลังด้วยแทรมโพลีน (Trampoline Exercise)…
โยคะ vs พิลาทิส เลือกอะไรดีสำหรับคุณ? ในยุคที่สุขภาพและการออกกำลังกายได้รับความสำคัญมากขึ้น…
โยคะช่วยบรรเทาอาการก่อนมีรอบเดือน บทนำ อาการก่อนมีรอบเดือน (PMS) และอาการปรับขุ่นข้องใจก่อนมีรอบเดือน…
การออกกำลังกายเพื่อการทรงตัวสำหรับผู้สูงอายุ 60+ ทำไมการฝึกการทรงตัวถึงสำคัญสำหรับผู้สูงอายุ เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายเราจะเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติ…
โยคะกับการมีอายุยืน (Longevity): เคล็ดลับการชะลอวัยและเพิ่มคุณภาพชีวิตด้วยการฝึกโยคะ ในยุคที่โลกเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การแสวงหาวิธีการชะลอวัย…
ปวดท้องประจำเดือน: 7 ท่าโยคะที่ช่วยลดอาการปวดอย่างมีประสิทธิภาพ ปวดท้องประจำเดือน เป็นปัญหาที่ผู้หญิงมากกว่า…