Pilates กับ Barre ต่างกันอย่างไร?
Pilates กับ Barre ต่างกันอย่างไร? ทั้งคู่ คือ การออกกำลังกายแบบ low-impact (แรงกระแทกต่ำ) ที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และปรับบุคลิกภาพ แต่มีจุดต่างสำคัญที่ควรรู้ก่อนเลือกคลาส
หลายคนที่เริ่มสนใจออกกำลังกายสาย low-impact มักเจอคำถามเดียวกันเสมอ นั่นคือ “ควรเริ่มจาก Pilates หรือ Barre ดี” เพราะทั้งสองคลาสดูคล้ายกันในสายตาคนนอก ทั้งท่าทางที่นุ่มนวล ไม่มีการกระโดดหนัก ๆ และเน้นความแข็งแรงจากภายใน แต่แท้จริงแล้ว Pilates และ Barre มีที่มา และวิธีการฝึกที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน บทความนี้จะพาไปเจาะลึกความเหมือน และความต่าง เพื่อช่วยให้เลือกคลาสที่ตอบโจทย์เป้าหมายได้ง่ายขึ้น
จุดร่วมของ Pilates และ Barre
ก่อนพูดถึงความต่าง มาดูความเหมือนกันก่อน ทั้งสองรูปแบบเป็นการออกกำลังกายแบบ low-impact ที่เน้นการเคลื่อนไหวอย่างมีการควบคุม ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และบุคลิกภาพที่ดีขึ้น เหมาะกับคนทุกระดับความฟิต ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ หรือ ผู้ออกกำลังกายเป็นประจำ (The Output by Peloton)
ที่มาที่แตกต่างกัน
Pilates ถูกพัฒนาขึ้นโดย Joseph Pilates ในช่วงต้นทศวรรษ 1900 เพื่อใช้ฟื้นฟูร่างกายให้กับนักเต้น และนักกีฬาที่ได้รับบาดเจ็บ โดยเน้นการฝึกกล้ามเนื้อแกนกลางผ่านลมหายใจที่สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหว (Mayo Clinic Press)
ส่วน Barre ถือกำเนิดขึ้นทีหลัง โดยได้แรงบันดาลใจมาจากท่าเต้นบัลเล่ต์ ผสมผสานเข้ากับหลักการของพิลาทิส และโยคะ กลายเป็นคลาสที่ใช้ราวบาร์เป็นตัวช่วยพยุงตัวระหว่างเคลื่อนไหว
วิธีการฝึกที่ต่างกัน
ความต่างที่ชัดเจนที่สุด คือ จังหวะ และโฟกัสของการเคลื่อนไหว Pilates เน้นการเคลื่อนไหวที่ช้ากว่า ควบคุมได้มากกว่า และให้ความสำคัญกับกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวเป็นหลัก ขณะที่ Barre จะเน้นการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ ซ้ำ ๆ ในจังหวะที่เร็วกว่า ทำงานกับกล้ามเนื้อทั่วร่างกายอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งขา สะโพก แกนกลาง และแขน ใช้ดนตรีช่วยขับเคลื่อนจังหวะการออกกำลังกาย
นอกจากนี้ อุปกรณ์ที่ใช้ก็แตกต่างกันด้วย Pilates มักฝึกบนเสื่อ หรือ เครื่อง Reformer ที่มีสปริงช่วยเพิ่มแรงต้าน ในขณะที่ Barre ใช้ราวบาร์เป็นหลัก ร่วมกับดัมเบลน้ำหนักเบาหรืออุปกรณ์เสริมเล็ก ๆ อย่างลูกบอลหรือยางยืด
จุดโฟกัสของกล้ามเนื้อ
ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิตเนสระบุว่า Pilates เป็นตัวเลือกที่โดดเด่นเรื่องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว และกล้ามเนื้อพยุงกระดูกสันหลังโดยเฉพาะ ขณะที่ Barre กระจายการทำงานไปยังกล้ามเนื้อทั่วร่างกายมากกว่า โดยเฉพาะกล้ามเนื้อสะโพก ต้นขา และแขน ทำให้เหมาะกับผู้ที่ต้องการความรู้สึก “เบิร์น” ทั่วตัวในคลาสเดียว (Cleveland Clinic)
ควรเลือก Pilates หรือ Barre ดี
ไม่มีคำตอบตายตัวว่ารูปแบบไหนดีกว่ากัน เพราะขึ้นอยู่กับเป้าหมายของแต่ละคน
- หากต้องการเสริมสร้างความแข็งแรงของแกนกลางลำตัว แก้ปวดหลัง หรือ ฟื้นฟูร่างกายจากอาการบาดเจ็บ Pilates อาจเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า
- หากต้องการคลาสที่สนุก มีจังหวะดนตรี และอยากทำงานกับกล้ามเนื้อทั่วร่างกายพร้อมความรู้สึกท้าทายแบบ full-body Barre อาจเหมาะกับคุณมากกว่า
หลายคนเลือกฝึกทั้งสองแบบสลับกันไป เพราะ Pilates ช่วยวางรากฐานความแข็งแรงของแกนกลางที่ส่งผลดีต่อการฝึก Barre ในระยะยาว ในขณะที่ Barre ก็ช่วยเพิ่มความท้าทาย และความสนุกให้กับแผนการออกกำลังกายไปพร้อมกัน
ฝึกทั้ง Pilates และ Barre ได้ที่ Yoga & Me
ไม่ต้องเลือกแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะที่ Yoga & Me มีคลาสทั้ง Pilates และ Barre ให้บริการครบทั้ง 3 สาขา ได้แก่ The Walk เกษตร-นวมินทร์, The Walk ราชพฤกษ์ และอารีย์ พร้อมครูผู้สอนที่ดูแลท่าทางอย่างใกล้ชิด สามารถลองเรียนทั้งสองคลาสเพื่อดูว่ารูปแบบไหนเหมาะกับร่างกายและเป้าหมายของคุณมากที่สุด
หากสนใจสอบถามตารางเรียนหรือโปรโมชั่นทดลองคลาส สามารถติดต่อทีมงาน Yoga & Me ได้ทุกสาขา
อ้างอิง:







